ถ้ำนาคา ตำนานความเชื่อเรื่องเจ้าปู่อือลือที่ถูกสาปให้เป็นพญานาค

ถ้ำนาคา ตำนานความเชื่อเรื่องเจ้าปู่อือลือที่ถูกสาปให้เป็นพญานาคและถูกจองจำ จะพ้นคำสาปและทำให้พื้นที่นั้นได้เป็นที่รู้จักและเจริญรุ่งเรือง ก็ต่อเมื่อครบ 10 ปี ซึ่งสอดคล้องกับการครบรอบการก่อตั้งจังหวัดบึงกาฬ 10 ปี ในปีพ.ศ. 2563 ทำให้มีผู้ได้มาพบเห็นถ้ำแห่งนี้ และเกิดการกระจายข่าวไปตามความเชื่อส่วนบุคคลจนเป็นที่โด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติภูลังกา

อีเมล : pLK_np@hotmail.com


ถ้ำนาคา

ถ้ำนาคา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่เกิดจากการที่พื้นผิวของหินเกิดการกัดกร่อนไปตามปรากฎการณ์ซันแครก (sun crack) ทำให้มีลวดลายคล้ายเกล็ดปลาหรือเกล็ดงู ประกอบกับการโค้งตัวของหินทำให้รูปร่างโดยรวมคล้ายกับการขดตัวของงูใหญ่หรือพญานาค ตั้งอยู่ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติชั่วคราว (น้ำตกตาดวิมานทิพย์) บ้านตาดวิมานทิพย์ ตำบล โพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ


ถ้ำนาคา

ถ้ำนาคา เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันที่มีฝนตกหนัก สามารถขึ้นชมได้ทุกฤดูกาล โดยในแต่ละฤดูกาลจะให้ภาพและบรรยากาศแตกต่างกันไป ในฤดูฝนจะเกิดมอส เฟิน และพืชพันธุ์ต่าง ๆ เกาะตามผิวหินทำให้ดูมีชีวิตชีวา ในฤดูร้อนจะเห็นผิวหินชัดเจน และระหว่างทางจะเต็มไปด้วยบรรดาพืชพันธุ์ดอกไม้ ทั้งไม้พุ่มและไม้ยืนต้นที่กำลังออกดอก เช่น ข่อยหิน เต็ง รัง คำมอกหลวง ม้าวิ่ง อะราง ตะแบกเกรียบ เป็นต้น


ถ้ำนาคา



ถ้ำนาคา

ระยะทางจากจุดเริ่มต้นไปถึงถ้ำนาคาประมาณ 1,400 เมตร ทางเดินเป็นทางเดินธรรมชาติ ประกอบด้วย บันไดเป็นช่วง ๆ สลับกับพื้นดิน และมีบางจุดจะต้องดึงเชือกเพื่อช่วยพยุงตัวทั้งตอนขึ้นและลง นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในบริเวณที่ใกล้เคียงกัน ได้แก่ เจดีย์หลวงปู่เสาร์ เจดีย์หลวงปู่วัง ถ้ำหลวงปู่วัง และหัวนาคาที่ 1 เป็นต้น ใช้เวลาเดินทางไป-กลับประมาณ 4-5 ชั่วโมงเหมาะแก่ผู้ที่มีสภาพร่างกายแข็งแรง ไม่ตั้งครรภ์ และไม่มีโรคประจำตัว


ถ้ำนาคา

ในช่วงแรกๆ นักท่องเที่ยวต้องใช้สะพานแดงนี้ เป็นที่สัญจร ทั้งขึ้นและลง ช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัด มีหลายต่อหลายครั้งที่มีนักท่องเที่ยวตกค้างจำนวนมากในอดีต กว่าจะลงมาถึงพื้นราบได้ พระอาทิตย์ก้อตกดินไปแล้ว เดือดร้อนเจ้าหน้าที่อุทยานและไกด์จิตอาสา ต้องช่วยกันนำไฟฉายไปช่วยส่องทางเพื่อป้องกันอุบัติเหตุระหว่างลงเขา

ถ้ำนาคา

ใครอยากทราบประวัติ สะพานแดง ต้องเดินทางมาสัมผัสสถานที่จริง เชฟโอเล่าไปจะทำให้เสียบรรยากาศไปเปล่าๆ

ถ้ำนาคา

เรามาดูความงดงามของธรรมชาติ ระหว่างเดินขึ้นถ้ำกันครับ

ถ้ำนาคา

สำหรับที่นี่ และทุกๆที่ ที่เป็นเขตอุทยาน ไม่อนุญาตให้ทิ้งขยะทุกกรณี เชฟโอ ขอฝากนักท่องเที่ยวทุกๆท่าน ช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติไว้ให้ลูกหลานเราได้ชมกันไปนานๆ โดยไม่ไปรบกวนกับธรรมชาติ จนเกินไป และไม่ทิ้งภาระไว้ให้กับเจ้าหน้าที่ รวมถึงไกด์จิตอาสาที่เขาช่วยกันดูแลแหล่งธรรมชาติ ของบ้านเกิดของเขาเหล่านี้

ถ้ำนาคา


ถ้ำนาคา

ถ้ำนาคา

ถ้ำนาคา

สะพานต่างๆที่เห็นเหล่านี้ เหล่าไกด์จิตอาสาช่วยกันแบกหาม สิ่งปลูกสร้างกันขึ้นไปอย่างยากลำบาก โดยได้รับเงินช่วยเหลือ สนับสนุน จากนักท่องเที่ยว ที่ไปขอพร ได้รับโชคลาภ และสนับสนุนเงินเพื่อก่อสร้างสะพานเพื่อความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยว ขอขอบคุณท่านผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย มา ณ ที่นี้ครับ

ถ้ำนาคา


ถ้ำนาคา

ถ้ำนาคา

ถ้ำนาคา

ถ้ำนาคา

ในที่สุด เชฟโอ และคณะ ได้ขึ้นมาจนถึงทางเข้าถ้ำนาคาอย่างปลอดภัย การขึ้นถ้ำครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกเชฟโอ มาขึ้นถ้ำในเดือน มกราคม ครั้งนี้ เจตนากลับมากราบพ่อปู่อือลือ และพญานาคราชทั้งหลาย โดยเจนามาช่วงหน้าฝน เพราะอยากเห็นความงดงามของธรรมชาติในช่วงหน้าฝนนี้ ทั้งมอส และพันธุ์พืชต่างๆ ที่ขึ้นปกคลุมก้อนหินทั้งหลายแหล่ สวยงามยิ่งนัก

ถ้ำนาคา

ถ้ำนาคา

ถ้ำนาคา

ถ้ำนาคา

ถ้ำนาคา

ทางเดินลงไปที่ถ้ำ ถูกปลกคลุมไปด้วยพันธุ์พืชบนก้อนหินตลอดทาง

ถ้ำนาคา


ถ้ำนาคา

เมื่อเรามาถึงจุดถ่ายรูป ทางอุทยานขอความร่วมมือมาว่า แต่ละจุด ขอให้ใช้เวลาเพียง 3-5 นาที เพื่อเป็นการแบ่งปันกับนักท่องเที่ยวกรุ๊ปอื่นที่ยังรออยู่บ้างบนจุดรอคอย เราจะได้ไม่ต้องลงเขากันตอนพระอาทิตย์ตกดิน