เส้นทางมรดกสู่เมืองขุนเขาและสายหมอก เชียงใหม่ - ปาย (4 วัน 3 คืน)

เส้นทางมรดกภูมิปัญญาผ้าทอล้านนา วิถีรักษ์สุขภาพ สู่เมืองขุนเขาและสายหมอก สัมผัสลมหายใจแห่งวิถีธรรมชาติและความเรียบง่ายบนผืนนา เชียงใหม่ - ปาย (4 วัน 3 คืน)


เส้นทางท่องเที่ยว เชียงใหม่ ปาย

จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตภาคเหนือตอนบน อดีตศูนย์กลางอาณาจักรล้านนา ดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชมด้วยเสน่ห์ของวัดวาอาราม สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงาม นอกจากจังหวัดเชียงใหม่แล้ว ยังมีอีกจุดหมายปลายทางของผู้แสวงหาความสงบ หลีกเร้นความวุ่นวาย คืออำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขาของเมืองสามหมอก ทว่าจังหวัดเชียงใหม่และอำเภอปายไม่ได้โดดเด่นเพียงที่กล่าวมาเท่านั้น แต่ยังมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ผู้คนหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ฝากรากเหง้าทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตไว้ให้คนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป




วันที่ 1


เยี่ยมเยียนชุมชนไร่กองขิง

เดินทางถึงจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มต้นที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านไร่กองขิง ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง การมาเที่ยวบ้านไร่กองขิง เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการปั่นจักรยานเที่ยวชมรอบหมู่บ้าน ช่วงเวลาที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 8 โมงเช้า หรือ 4 โมงเย็น เส้นทางปั่นจักรยานของบ้านไร่กองขิงนั้นจะผ่านอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และอุทยานหลวงราชพฤกษ์ จึงมีทัศนียภาพงดงาม อากาศดี และเย็นสบาย

ต่อกันที่กิจกรรมภาคบ่ายด้วยการชมผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร และทดลองทำลูกประคบ สอนพับใบเตยเป็นรูปดอกกุหลาบ และแบบพุ่มหุ้มผลมะกรูด ไว้สำหรับวางในรถหรือมุมบ้าน เพิ่มความหอมสดชื่น นอกจากนี้บ้านไร่กองขิงยังมีศูนย์สุขภาพชุมชน บริการนวดตอกเส้น นวดประคบแบบล้านนา นวดแผนไทย นวดน้ำมัน อบสมุนไพร อีกทั้งยังใช้สมุนไพรจาก สุข-สยาม สำหรับการนวดทั้งหมด แต่สิ่งที่เป็นไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือ “ย่ำขาง” ภูมิปัญญาของหมอเมืองและเป็นการรักษาแบบล้านนาที่สืบต่อกันมาช้านาน ผู้นวดจะใช้เท้าจุ่มน้ำมันไพลและย่ำลงไปบน “ขาง” ซึ่งเป็นโลหะเหล็กผสมพลวง ที่เผาไฟแล้วมาเหยียบทาบลงบนส่วนต่างๆ ของร่างกายที่มีอาการเจ็บปวด ซึ่งหลังจากนวดเสร็จจะรู้สึกผ่อนคลาย และหายจากอาการปวดเมื่อย

อีกหนึ่งหัวใจหลักของชุมชนบ้านไร่กองขิงคือ การรักษาสิ่งแวดล้อม มีการจัดตั้ง กลุ่มรักษ์บ้านเกิด โดยให้เยาวชนในหมู่บ้านเป็นเสมือนต้นกล้าที่จะรักษาสภาพแวดล้อม มีโครงการ เก็บขยะแลกไข่ โดยเศษใบไม้ ๑ กระสอบ แลกไข่ได้ ๑ ฟอง ซึ่งเศษใบไม้ที่ได้จะถูกส่งต่อไปยังโรงปุ๋ยหมักชุมชน

ยามเย็น ที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนถูกจัดและตกแต่งเป็นกาดก้อม หรือตลาดโบราณทางภาคเหนือ เต็มไปด้วยอาหารเหนือหลากหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีน้ำสมุนไพร และไอศกรีมโบราณ หรือไอติมหมุน ให้เป็นของว่างรองท้องก่อนถึงมื้อเย็น ช่วงหัวค่ำ ชุมชนเสิร์ฟอาหารด้วย ชุดขันโตก เน้นเมนูอาหารพื้นบ้าน ยกมาพร้อมข้าวเหนียวร้อนๆ และน้ำสมุนไพร ระหว่างมื้อมีการแสดงของเยาวชนกลุ่มรักษ์บ้านเกิด เพื่อเป็นการส่งท้ายค่ำคืนแห่งความประทับใจ



บ้านไร่กองขิง

วันที่ 2


เรียนรู้การทอผ้าล้านนาที่ บ้านไร่ใจสุข

เริ่มต้นวันที่สองด้วยการไปเรียนรู้เรื่องผ้าทอล้านนาที่ บ้านไร่ใจสุข ตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ บ้านแห่งนี้ก่อตั้งจากหัวใจที่หลงรักในผืนผ้าของคุณนุสรา เพราะความสวยงามและคุณภาพที่ยอดเยี่ยม จึงทำให้ผ้าทอแม่แจ่มเป็นที่รู้จักจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ โดยทุกคนสามารถเรียนรู้การทอผ้าทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกต้นฝ้าย ปั่นฝ้าย การต้มและย้อมสีธรรมชาติ การทอ ที่เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่การทำเส้นยืน เส้นพุ่ง การทอรูปแบบต่างๆ จนถึงการจกที่เรียกว่ายากที่สุด

เดินทางต่อไปยังอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดินแดนที่ถูกขนานนามว่า เมืองสามหมอก เพราะว่ามีหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี ซึ่งที่อำเภอปายแห่งนี้คือที่ตั้งของ บ้านแม่ปิง ตำบลแม่ฮี้ เป็นหมู่บ้านชาวปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) ซึ่งชาวบ้านที่นี่ยังคงใช้ชีวิตตามวิถีดั้งเดิม โดยบ้านแม่ปิงมีกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้

เริ่มต้นที่ ศูนย์หัตถกรรมกลุ่มทอผ้าบ้านแม่ปิง ภายในศูนย์ฯ เรียงรายไปด้วยเสื้อผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวปกาเกอะญอ เสื้อ ๑ ตัว ใช้ผ้าทอ ๒ ผืน นำมาพับครึ่งแล้วเย็บติดกันให้เกิดตะเข็บตรงกลาง โดยเว้นช่วงบนเป็นช่องคอรูปตัววี ภายในศูนย์ฯ ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าทออีกมากมาย ซึ่งเป็นสินค้าโอทอปสำคัญของหมู่บ้าน ต่อด้วยการเดินเล่นชมทิวทัศน์ภายในหมู่บ้าน เดินลัดเลาะผ่านแนวบ้านเรือน บางหลังยังคงเอกลักษณ์รูปแบบพื้นถิ่นไว้ คือเรือนบ้านยกสูง เพื่อเลี้ยงหมูด้านล่าง และวางครกกระเดื่อง บ้านแต่ละหลังจะไม่ติดกันมากนัก มีพื้นที่ปลูกพืชผักไว้กิน ปลูกต้นไม้ไว้ให้ร่มเงา ในหนึ่งปี บ้านแม่ปิงจะมีกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ ๓ กิจกรรม ได้แก่ การสำรวจป่าต้นน้ำ สร้างฝายชะลอน้ำ และ การบวชป่า

ยามค่ำของอำเภอปาย ต้องไม่พลาดไปเดินเล่นที่ถนนคนเดิน สองข้างทางเต็มไปด้วยสีสันของร้านรวง ประดับประดาด้วยแสงไฟจากร้านกาแฟ ร้านขายของทำมือ ร้านหนังสือขนาดเล็ก บางมุมมีนักแสดงอิสระมาแสดงดนตรี สะท้อนความเป็นเมืองแห่งศิลปะ ไม่เพียงเท่านี้ ตลอดเส้นถนนยังมีของอร่อยมากมาย ให้คุณได้เลือกชิม




วันที่ 3


สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านที่บ้านแพมบก

เช้าวันใหม่ เดินทางออกไปที่ตำบลทุ่งยาว จุดหมายปลายทางคือ บ้านแพมบก เป็นหมู่บ้านชาวไทยใหญ่ (ชาวไต) ภายในหมู่บ้านมีทั้งนาข้าว ไร่ข้าวโพด ไร่กระเทียม แปลงผักสวนครัว อีกทั้งยังมีสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวแพมบกอย่างอุดมสมบูรณ์ เมื่อเราเดินทางไปถึงจะพบเด็กๆ แต่งกายในชุดฟ้อนรำสวยงาม สีสันสดใส รอต้อนรับผู้มาเยือนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่ลานเฮินไต พร้อมที่จะแสดงศิลปะพื้นบ้านให้ชม เริ่มจาก ฟ้อนนกกิงกะหร่า หรือ ก้านางนก (“ก้า” เป็นคำไทยใหญ่แปลว่า “รำ”) ส่วนการแสดงอีกชุด คือ ฟ้อนโต (ก้าโต หรือเต้นโต)

ต่อมา เรียนรู้การทำ ถั่วเน่า เครื่องปรุงคู่ครัวชาวไทยใหญ่ ใช้แทนกะปิ ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวอันเกิดจากการหมัก มีรสเค็มกลมกล่อม ชาวแพมบกทำถั่วเน่าไว้กินเองเป็นหลัก มีติดครัวแทบทุกบ้าน

หลังจากนั้นชมวิธีการ ไพตอง หรือทำตับใบตองตึงสำหรับมุงหลังคาเฮินไตแบบดั้งเดิม โดยชาวบ้านจะเข้าป่าไปเก็บใบตองตึงที่แห้งหล่นใต้ต้นในตอนเช้า เพราะใบจะไม่กรอบ หลังจากนั้นนำใบตองตึงที่ได้ ตัดขั้วใบออก ชุบน้ำให้หมาดเพื่อกันใบตองแตก นำมาร้อยเข้าตับเรียกว่า การไพ ปัจจุบันชาวบ้านยังคงใช้มุงตูบกลางนา หรือใช้มุงแปลงเกษตร และชมการสาธิตการทำไม้กวาดปุ๋มเป้ง ไม้กวาดโบราณของชาวไทยใหญ่ ทำมาจากใบปุ๋มเป้ง มีลักษณะคล้ายใบมะพร้าว นำมาตากแห้ง และไพเป็นตับ จากนั้นค่อยๆ ร้อยหุ้มเข้ากับปลายไม้ที่ทำเป็นด้าม ใช้เท้ารูดให้แน่นขึ้นจนบานออกเป็นพุ่มคล้ายไม้กวาดของแม่มดในนิทาน

ส่งท้ายวันด้วยการไปสัมผัสความเงียบสงบและวิถีชนบทที่ทุ่งนายามเย็น เดินเล่นดูชาวบ้านต้อนควายเข้าคอก ป้อนอาหาร พร้อมผิงไฟไล่ยุ่ง เป็นภาพชีวิตที่เรียบง่ายและงดงาม หากได้มาช่วงหน้าเก็บเกี่ยวจะเห็นผู้คนคึกคัก ถือเป็นการส่งท้ายวันด้วยความประทับใจ


วันที่ 4

ชมทะเลหมอกยามเช้าที่ จุดชมวิวหยุนไหล

เช้าวันนี้ยังคงอยู่ที่อำเภอปาย เริ่มวันใหม่แบบสบายๆ ด้วยการไปชมทะเลหมอกยามเช้าที่ จุดชมวิวหยุนไหล “หยุน” แปลว่า เมฆ “ไหล” แปลว่า มา รวมคำแล้วหมายความว่า เป็นสถานที่ที่เมฆมารวมตัวกัน ยิ่งในช่วงหน้าหนาว จะมีทะเลหมอกไหลมาเป็นสายงดงามสมดังชื่อ ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงของอำเภอปาย ก่อนเดินทางกลับ แวะไปทำความรู้จักกับวัฒนธรรมชาวจีนที่ ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน บ้านสันติชล ภายในศูนย์ฯ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสถานที่จำลองวิถีความเป็นอยู่ของชาวจีนยูนนานไว้ในที่แห่งนี้ ประกอบด้วย บ้านดินโบราณ สวนสไตล์จีน สระน้ำ ต้นหลิว มีร้านขายชาจีน และร้านอาหารจีนยูนนานต้นตำหรับ มีเมนูขึ้นชื่ออย่างขาหมู หมั่นโถว ผู้มาเยือนสามารถเลือกชม ชิม ช็อป ได้อย่างเพลิดเพลิน ส่งท้ายก่อนเดินทางกลับอย่างมีความสุข


หมู่บ้านสันติชล


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่)

1600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 ประเทศไทย โทรศัพท์ : 662 250 5500 ศูนย์บริการข่าวสารท่องเที่ยว ททท. 1672

#เชียงใหม่ #ปาย #บ้านสันติชล


เรื่องที่เกี่ยวข้อง


เส้นทางผ่อนคลายหัวใจในดินแดนโรแมนติก แม่ฮ่องสอน - เชียงใหม่ เส้นทางนี้นักท่องเที่ยวสามารถมาสัมผัสความงดงามได้ตลอดทั้งปี โดยความงามจะแปรเปลี่ยนไปตามฤดูกาล แต่เสน่ห์แห่งวิถีชีวิต และความผ่อนคลายของทุกสถานที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป มีพร้อมให้ทุกคนเดินทางมาค้นพบเสมอ












เส้นทางเมืองรุ่งอรุณแห่งความสุข สีสันสังคโลก ภูมิปัญญาผ้าหมักโคลน และวิถีเกษตรอินทรีย์ สุโขทัย (4 วัน 3 คืน)

เส้นทางนี้จะพาไปรู้จักเมืองสุโขทัย ท่องเที่ยวไปในเขตเมืองเก่าบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ปั่นจักรยานสัมผัสร่องรอยอารยธรรมผ่านโบราณสถาน มีแมกไม้ร่มรื่นตลอดสองข้างทาง เยี่ยมชมแหล่งทำเครื่องสังคโลกที่ใหญ่สุดในสุโขทัย เรียนรู้กรรมวิธีการทำผ้าหมักโคลนจากภูมิปัญญาบรรพบุรุษที่บ้านนาต้นจั่น พร้อมชิมอาหารพื้นบ้านขึ้นชื่ออย่าง ข้าวเปิ๊บ ปิดท้ายกับการเรียนรู้กระบวนการเกษตรอินทรีย์ ร่วมเป็นเกษตรกรฝึกหัด ลงมือเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยตัวเอง ทั้งหมดเปรียบเสมือนการบอกเล่าอัตลักษณ์งดงามของเมืองสุโขทัย เป็นการท่องเที่ยวที่ครบเครื่อง ได้เรียนรู้ทั้งประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงอนุรักษ์วิถีวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของชุมชน



เส้นทางวิถีแห่งความพอเพียง สู่สายน้ำแห่งประวัติศาสตร์ สมุทรสงคราม - กาญจนบุรี

เส้นทางนี้เริ่มต้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศไทย และต่อด้วยจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของภาคกลาง เป็นเส้นทางสีเขียวที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติทั้งภายในชุมชน แม่น้ำ ผืนป่า ที่ถูกอนุรักษ์และรักษาไว้อย่างดี รวมไปถึงการเดินทางแบบโลว์ คาร์บอน ซึ่งมีทั้งการเดินทางโดยรถไฟบนสายที่สั้นที่สุดในประเทศไทยที่มีระยะทางเพียง ๓๔ กิโลเมตร