บ้านรักไทย วิวหลักล้าน เหมือนอยู่ต่างประเทศ

บ้านรักไทย ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านจีนยูนาน แม่ฮ่องสอน กับการเดินทางด้วยรถยนต์หลายพันโค้ง วิวหลักล้าน เหมือนเดินท่องเที่ยวอยู่ต่างประเทศจริงๆ


บ้านรักไทย วิวหลักล้าน

ความเป็นมา จังหวัดแม่ฮ่องสอนเมื่อ พ.ศ. 2374 พระเจ้ามโหตรประเทศ ผู้ครองนครเชียงใหม่ ให้ เจ้าแก้วเมืองมา เป็นแม่กอง นำไพร่พลช้างต่อและหมอควาญ ออกไปจับช้างป่ามาใช้งาน เจ้าแก้วเมืองมา ยกไพร่พลข้ามภูเขา มาทางตะวันตกของเชียงใหม่ ซึ่งมีช้างป่าชุกชุม โดยมอบหน้าที่ให้ พะกาหม่อง เป็นผู้ควบคุมดูแล เมื่อคล้องช้างได้เป็นจำนวนเพียงพอแล้ว จึงพากันเดินทางต่อไปถึงชุมชนบ้านป่าแห่งหนึ่ง มีทำเลดีมีร่องธารน้ำและที่ราบ เหมาะแก่การฝึกช้างป่า จึงหยุดไพร่พลตั้งบ้านเรือนขึ้นที่นี่ และตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “แม่ร่องสอน” หมายถึงที่มีร่องน้ำฝึกช้าง ต่อมา ได้เพี้ยนเป็น “แม่ฮ่องสอน” ครั้นถึงปี พ.ศ. 2399 มีชาวไทยใหญ่ อพยพมาหลบภัยสงครามอยู่ที่แม่ร่องสอนเป็นจำนวนมาก



บ้านรักไทย วิวหลักล้าน เหมือนอยู่ต่างประเทศ


ประวัติโดยสังเขป "ชาวจีนยูนาน" ชาวจีนยูนาน หรือ จีนฮ่อ บางส่วนคือกลุ่มทหารกู้ชาติจีนอพยพเข้ามา หลังจากการปฏิวัติประเทศจีนประสบความสำเร็จในปี ค.ศ. 1949 ภายใต้การนำของเหมาเจ๋อตง ทำให้ทหารกองพล 93 ของจีนคณะชาติหรือพรรคก๊กมินตั๋งต้องถอยร่นลงมาอยู่ตามแนวชายแดนไทย-พม่า และต่อมาส่วนหนึ่งได้เดินทางไปอยู่ที่ประเทศไต้หวัน อีกส่วนหนึ่งปักหลักอยู่ทางภาคเหนือของไทย รวมถึง แม่ฮ่องสอน บ้านรักไทยแห่งนี้


ไฮไลต์ของที่นี่คือการชิมชา ทานสุกี้ยูนาน และ ขาหมูหมั่นโถ ส่วนตอนกลางคืน พลาดไม่ได้ คือ หมูกระทะ ทานกันหลายๆคน อร่อย และสนุกมาก



แม่ฮ่องสอนได้ชื่อว่า เมืองสามหมอก เนื่องจากเป็นเมืองในหุบเขา ล้อมรอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนทอดขนานไปกับทิวเขาถนนธงชัย และทิวเขาแดนลาว ดังนั้น จึงถูกปกคลุมด้วยหมอกตลอดทั้งปี มีทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติของเทือกเขาสลับซับซ้อนและป่าไม้นานาพันธุ์จนมีคำกล่าวว่าเปรียบเสมือนกับเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของเมืองไทย




สำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากการมาพักผ่อน ดื่มด่ำกับบรรยากาศอันสวยงาม ในชัยภูมิที่ดีเยี่ยม ตรงกลางเป็นน้ำ ล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนที่นี่ สะดวกสบาย ไม่จำต้องขุดบาดาล หรือออกไปหาแหล่งน้ำจากที่ไกลๆ


บ้านรักไทย ยามเช้า


บ้านรักไทย วิวหลักล้าน
บ้านรักไทย วิวหลักล้าน




กิจกรรมที่จะเรียกได้ว่า เป็นธุรกิจผูกขาดก้อว่าได้ แต่อย่างไรเสีย เชฟโอ แนะนำให้ท่านวางแผนล่วงหน้า และจองกิจกรรมนี้คือ การนั่งเรือชมภูมิทัศน์ของชุมชนโดยรอบ



มีคนถามว่า แล้วจะนั่งเวลาไหนถึงจะได้ภาพสวยๆ เชฟโอ ทำการบ้านมาให้แล้วครับ ช่วงเช้า ตอนที่หมอกลงรอบประมาณ 0700 น จะสวยงามมาก เวลานการนั่งเรือชมวิว จะอยู่ที่ประมาณ 40 นาที คือ คนพายจะพายไปจนสุดทะเลสาบ และพายวนกลับมา จะได้ภาพทั้งสองวิว ทั้งตามแสง และย้อนแสงเลยทีเดียว


ค่าเรือขึ้นอยู่กับจำนวนคนครับ สำหรับเชฟโอ มีจำนวนผู้ใหญ่ 5 คน สนนราคา 590 บาท ที่นี่มีเรือทั้งหมด 4 ลำ จะมีอยู่พียง 1 ลำ ที่มีเก้าอี้เพิ่มสำหรับคนที่ 5 ตรงหัวเรือ ที่เหลือจะต้องนั่งเบียดกัน


การติดต่อเพื่อจองเรือ เข้าไปที่ร้านกาแฟ ลีไวน์ แล้วบอกเจ้าหน้าที่ ว่าต้องการจองเรือชมวิว เขาจะมีสมุดจอง พร้อมชำระเงินล่วงหน้าครับ

เชฟโอลงเรือตอนเช้า เพราะอยากเก็บบรรยากาศไปพร้อมหมอก เราจะต้องมารอก่อนล่วงหน้า 10 นาทีนะครับ ระหว่างที่รอก้อบันทึกภาพไปพลางก่อน

บ้านรักไทย วิวหลักล้าน



บ้านรักไทย ยามเช้า

บ้านรักไทย

รอสักพัก เรือที่นำนักท่องเที่ยวรอบก่อนก้อกลับเข้าท่ามา เชฟโอ ก้อบันทึกบรรยากาศโดยรอบไปเรื่อยๆ งดงามยิ่งนัก


บ้านรักไทย วิวหลักล้าน


บ้านรักไทย

เรือเทียบท่าสมบูรณ์ รอสักพักให้พนักงานทำความสะอาด ช่วงนี้ เราก้อเลือกเรือที่เหมาะกับจำนวนสมาชิก หลังจากนั้น พนักงานจะนำชาร้อนๆ มาให้จิบระหว่างชมวิวในทะเลสาบ ช่างเหมาะเจาะจริงๆ


บ้านรักไทย

เหมาะเลยครับ เชฟโอ นั่งเป็นกัปตันเรือ บันทึกภาพยาวๆไป


บ้านรักไทย

โครงสร้างเรือแน่นหนา ไม่โครงครับ นั่งสบายมาก เชฟโอรู้สึกปลอดภัยดีครับ


บ้านรักไทย

ตอนนี้ก้อเริ่มดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้าบนเรือกันครับ


ฟินไปกับเชฟโอนะครับ


บ้านรักไทย

บรรยากาศเหมือนกับอยู่ยุโรปเลยครับ


บ้านรักไทย


บ้านรักไทย