ทริปสั้นวันหยุด อ่างทอง

พูดถึงทริปสั้นวันหยุดพักผ่อนเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ หาทริปสั้นๆเที่ยวกันเถอะ วันหยุดที่ผ่านมา ผมชวนแฟนชับรถไปเที่ยวใกล้ๆ อ่างทอง เช้าไป-เย็นกลับ ถึงกรุงเทพ ไม่เกิน 5 โมงเย็น


ทริปสั้น วันหยุด อ่างทอง

โปรแกรมที่วางไว้ มีดังนี้

จุดที่ 1 วัดขุนอินทประมูล ตําบล อินทประมูล อําเภอ โพธิ์ทอง อ่างทอง

จุดที่ 2 วัดสังกระต่าย ตำบล ศาลาแดง อำเภอเมืองอ่างทอง อ่างทอง

จุดที่ 3 วัดม่วง ตําบล หัวตะพาน อําเภอ วิเศษชัยชาญ อ่างทอง

และพักรับประทานอาหารที่ ร้านอาหารนิรมิต ตำบล ศาลเจ้าโรงทอง อำเภอ วิเศษชัยชาญ อ่างทอง

จุดที่ 4 ตลาดวิเศษชัยชาญ ตำบล ศาลเจ้าโรงทอง อำเภอ วิเศษชัยชาญ อ่างทอง

และจุดสุดท้ายสำหรับวันนี้

จุดที่ 5 ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ ตำบล บางเสด็จ อำเภอ ป่าโมก อ่างทอง


ผมเป็นคนกรุงเทพ เกิดและโตที่กรุงเทพ กลับมองข้ามจังหวัดเล็กๆ ที่ไม่เล็กแห่งนี้ไปได้ เมื่อก่อนจะไหว้พระ มักจะชวนภรรยาไปอยุธยา เพราะเห็นว่าใกล้และมีวัดให้สักการะมากมาย วันหนึ่งผมแอบเห็นเวปของการท่องเที่ยวจังหวัดอ่างทอง แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว อืม....ช่างน่าดึงดูดใจยิ่งนัก


จังหวัดอ่างทอง เป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับพระนครศรีอยุธยา ในอดีต เป็นเมืองบริวาร เนื่องจากเป็นที่ราบลุ่ม มีลักษณะคล้ายอ่าง ไม่มีภูเขา ดินนั้นเป็นดินเหนียวปนทราย พื้นที่ส่วนใหญ่เหมาะแก่การปลูกข้าว ทำไร่ ทำนา และทำสวน และมีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่าน 2 สาย คือแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ประชาชนส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพเพาะปลูก และเนื่องจาก เป็นเมืองบริวาร อยู่ใกล้พระนครศรีอยุธยา จึงเป็นเมืองพุทธ มีวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย ในช่วงกลาง วัดหลายวัด ได้ถูกทิ้งร้าง ปราศจากการทำนุบำรุง จึงทำให้วัดบางวัดเสื่อมโทรมไป และเป็นที่รกร้าง


นัยที่สองเชื่อว่า อ่างทองน่าจะมาจากชื่อของหมู่บ้านเดิมที่เรียกว่า “บางคำทอง” ตามคำสันนิษฐานของพระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์) สมุหเทศาภิบาล มณฑลอยุธยาเมื่อครั้งที่กราบทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวเสด็จประพาสลำแม่น้ำน้อยและลำแม่น้ำใหญ่ใน พ.ศ. 2459 ว่า ชื่อของเมืองอ่างทองก็จะมาจากชื่อ บางคำทอง ซึ่งแต่งตั้งครั้งกรุงเก่า ว่าด้วยตามเสด็จพระราชดำเนินเมืองนครสวรรค์ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชจากกรุงเก่า “ลุถึงบางน้ำชื่อ คำทอง น้ำป่วนเป็นฟอง คว่างคว้าง” และบางกระแสก็ว่า อาจเพี้ยนมาจากชื่อของแม่น้ำลำคลองในย่านนั้น ที่เคยมีชื่อว่า “ปากน้ำประคำทอง” ซึ่งเป็นทางแยกแม่น้ำหลังศาลากลางจังหวัด และส่วนในเข้าไปเรียกว่า “แม่น้ำสายทอง” ซึ่งปัจจุบันตื้นเขินใช้ไม่ได้แล้ว


นัยที่สามเชื่อว่า ชื่ออ่างทองน่าจะมาจากชื่อ บ้านอ่างทอง ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวไว้ในหนังสือชุมนุมพระนิพนธ์เรื่องสร้างเมืองไว้ตอนหนึ่งว่า “เมืองอ่างทองดูเหมือนจะตั้งเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวร เดิมชื่อเมืองว่า วิเศษไชยชาญ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย ที่ลงมาจากนครสวรรค์ อยู่มาแม่น้ำน้อยตื้นเขิน ฤดูแล้งใช้เรือไม่สะดวก ย้ายเมืองออกมาตั้งริมแม่น้ำพระยาที่บ้านอ่างทองจึงเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองอ่างทอง” (ที่มา : วิกิ)


การวางแผนท่องเที่ยวอ่างทองนั้น ท่านคงจะต้องปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับว่า ท่านเดินทางมมาจากทิศใด ส่วนผมนั้น เดินทางไปจาก อำเภอบางบัวทอง นนทบุรี จึงได้วางแผนการเดินทางและจุดท่องเที่ยวตามระยะทาง โดยเริ่มจาก ระยะทางที่ไกลที่สุด แล้วย้อนกลับ เพื่อให้เวลาเดินทางกลับบ้าน ซึ่งใกล้กับเวลาเร่งด่วน จะได้ไม่ประสบปัญญารถติดมากมาย


ผมออกเดินทางด้วยเวลาประมาณ 08:30น


จุดที่ 1 วัดขุนอินทประมูล ตําบล อินทประมูล อําเภอ โพธิ์ทอง อ่างทอง

แลนด์มาร์ค ของที่นี่ประกอบไปด้วย พระนอนองค์ใหญ่ และ วิหารโบราณพร้อมเจดีย์


วัดขุนอินทประมูล ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่แห่งทุ่งโพธิ์ทอง อยู่ในเขตตำบลอินทประมูล วัดนี้เป็นวัดโบราณ สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย พิจารณาจากซากอิฐแนวเขตเดิมคะเนว่าเป็นวัดขนาดใหญ่ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่และ ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาวถึง 50 เมตร (25 วา) เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารแต่ถูกไฟไหม้ปรักหักพังไปเหลือแต่องค์พระตากแดดตากฝนอยู่กลางแจ้งมานานนับเป็นร้อยๆ ปี องค์พระพุทธรูปมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระนอนจักรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน องค์พระนอนมีพุทธลักษณะที่งดงาม พระพักตร์ยิ้มละไม สงบเยือกเย็น น่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ได้เคยเสด็จมาสักการะบูชา อาทิเช่น พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เสด็จมาเมื่อ พ.ศ. 2296 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯในปี พ.ศ. 2421 และ 2451 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาถวายผ้าพระกฐินต้นในปี พ.ศ.2516 และเสด็จมานมัสการอีกครั้งในปีพ.ศ. 2518 พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศต่างนิยมมานมัสการเป็นเนืองนิจ นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดขุนอินทประมูลยังมีซากโบราณสถานวิหารหลวงพ่อขาว ซึ่งเหลือเพียงฐาน ผนังบางส่วนและองค์พระพุทธรูป และ ในศาลาเอนกประสงค์ มีศาลรูปปั้นขุนอินทประมูลและโครงกระดูกมนุษย์ ขุดพบในเขตวิหารพระพุทธไสยาสน์เมื่อปี พ.ศ. 2541 ลักษณะนอนคว่ำหน้า มือและเท้ามัดไพล่อยู่ด้านหลัง เชื่อกันว่าเป็นโครงกระดูกขุนอินทประมูล แต่บ้างก็ว่าไม่ใช่ ซึ่งตามประวัติเล่ากันว่า ท่านเป็นนายอากรผู้สร้างพระพุทธไสยาสน์ โดยยักยอกเอาเงินของหลวงมาสร้างเพื่อเป็นปูชนียสถาน ครั้นพระมหากษัตริย์ทรงทราบรับสั่งถามว่าเอาเงินที่ไหนมาสร้าง ขุนอินทประมูลไม่ยอมบอกความจริงเพราะ กลัวส่วนกุศลจะตกไปถึงองค์พระมหากษัตริย์จึงถูกเฆี่ยนจนตาย วัดนี้จึงได้ชื่อว่า "วัดขุนอินทประมูล”









จุดที่ 2 วัดสังกระต่าย ตำบล ศาลาแดง อำเภอเมืองอ่างทอง อ่างทอง

วัดนี้ ผมให้ควาสนใจมากเป็นวิหารโบราณที่ถูกโอบอุ้มด้วยต้นโพธิ์ 4 ต้น เป็นที่ค้ำจุนโดยธรรมชาติ ทำให้วิหารโบราณแหง่นี้ยังไม่แตกสลายไปตามอายุ วิหารแห่งนี้ ปัจจุบันไม่เหลือแม้แต่หลังคา แต่ในทางกลับกัน อากาศกลับร่มเย็น ขณะที่ผมเดินทางไปสักการะที่นี่นั้นใกล้เวลาเที่ยงแล้ว แต่อากาศไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะต้นโพธิ์ทั้ง 4 ต้น ได้แผ่ขยายออกปกคลุมวิหารโบราณแห่งนี้จะแสงผ่านเข้ามาได้เพียงเล็กน้อย






ความมสวยงามของวิหารแห่งนี้คงต้องเป็นเพราะต้นโพธิ์ ที่มีรากโอบอุ้มวิหารนี่เอง วัดและวิหารแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นเมื่อสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ราว 400 ปีมาแล้ว และถูกทิ้งร้างหลังจากนั้นต่อมา เป็นเวลาร่วม 200 ปี เนื่องจากวัดแห่งนี้ถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานานและอยู่ในเขตชุมชน ทำให้ในปัจจุบันไม่มีพระสงฆ์จำวัดอยู่เลย


เมื่อเข้าไปภายในวิหาร จะเห็นได้ว่า วิหารแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ห้องด้วยกัน ในห้องแรกทางซ้ายมือ ประดิษฐานหลวงพ่อแก่น ห้องต่อมาอยู่ตรงกลาง ประดิษฐาน หลวงพ่อวันดี หลวงพ่อศรี และหลวงพ่อสุข สำหรับห้องสุดท้าย เป็นห้องของพ่อปู่ฤาษีที่ชาวบ้านต่างให้ความเคารพนับถือ







จุดที่ 3 วัดม่วง ตําบล หัวตะพาน อําเภอ วิเศษชัยชาญ อ่างทอง

พระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ หรือชื่อที่นิยมเรียกติดปากของคนในพื้นที่ว่า หลวงพ่อใหญ่ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ ประดิษฐานอยู่ ณ วัดม่วง ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง



พระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ
พระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ

หลวงพ่อใหญ่ ก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2534 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 มีความสูงจากฐานองค์พระถึงยอดเกศา 95 เมตร เทียบเท่ากับตึก 40 ชั้น และมีความกว้างของหน้าตัก 63.05 เมตร เมื่อดูแล้ว หวงพ่อใหญ่คงเป็นพระพุทธรูปองค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นความภาคภูมิใจของชาวอ่างทองเป็นยิ่งนัก



หลวงพ่อใหญ่ วัดม่วง
พระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ

ความศรัทธาและความเชื่อ หากได้เดินทางมากราบไหว้ สักการะ และขอพร ด้านหน้าที่การงาน ด้านครอบครัว ด้านการศึกษา ผู้ขอพรมักจะได้รับพรนั้นๆ โดยแตะที่นิ้วของหลวงพ่อใหญ่ และตั้งจิตอฐิษฐานตามที่ตนประสงค์ (ตามภาพ คุณแหม่ม กำลังขอพรอยู่นานแสนนาน 555)